Jacob's Creek ไวน์ออสเตรเลีย ราคาล่าสุดในไทย พร้อมรีวิวรสชาติและข้อมูลครบ 2026
ราคาเริ่มต้น
฿400-700 บาท

Jacob's Creek ผลิตโดย Orlando Wines ในแถบ Barossa Valley ออสเตรเลีย เป็นหนึ่งในแบรนด์ไวน์ที่คนไทยรู้จักมากที่สุด ด้วยราคา 400-700 บาทที่เข้าถึงง่ายและคุณภาพที่สม่ำเสมอ ทำให้ Jacob's Creek เป็นตัวเลือกอันดับต้นสำหรับไวน์ออสเตรเลียในไทย
Jacob's Creek คืออะไร มาจากไหน
Johann Gramp ผู้อพยพชาวเยอรมันเริ่มปลูกองุ่นที่ริมฝั่งลำธาร Jacob's Creek ใน Barossa Valley รัฐ South Australia เมื่อปี 1847 ทำให้เป็นหนึ่งในไร่องุ่นที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย Barossa Valley เป็นภูมิภาคไวน์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก อากาศอบอุ่นแห้งแล้ง ดินทรายปนหินที่ระบายน้ำดี ทำให้องุ่นมีรสชาติเข้มข้น
ปัจจุบัน Jacob's Creek อยู่ภายใต้กลุ่ม Pernod Ricard หนึ่งในกลุ่มเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของโลก ส่งออกไปมากกว่า 60 ประเทศ จุดแข็งของแบรนด์คือความสม่ำเสมอของรสชาติในทุกรุ่นและทุกปี ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าไวน์ที่ซื้อจะมีรสชาติเหมือนเดิมทุกครั้ง
Jacob's Creek มีไร่องุ่นกระจายอยู่ใน Barossa Valley, Adelaide Hills, Coonawarra และ Langhorne Creek ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,500 เฮกตาร์ การมีแหล่งองุ่นหลากหลายภูมิภาคทำให้ winemaker สามารถเบลนด์องุ่นจากหลายพื้นที่เพื่อให้ได้รสชาติที่สมดุลและซับซ้อน
ราคา Jacob's Creek ในไทย 2026
| ชื่อไวน์ | ประเภท | ราคา (บาท) |
|---|---|---|
| Jacob's Creek Classic Shiraz-Cabernet | ไวน์แดง | 400-500 |
| Jacob's Creek Classic Chardonnay | ไวน์ขาว | 400-500 |
| Jacob's Creek Classic Sparkling | สปาร์กลิง | 450-550 |
| Jacob's Creek Reserve Cabernet Sauvignon | ไวน์แดง | 600-700 |
| Jacob's Creek Reserve Chardonnay | ไวน์ขาว | 600-700 |
| Jacob's Creek Reserve Shiraz | ไวน์แดง | 600-700 |
รสชาติของ Jacob's Creek เป็นอย่างไร
Classic Shiraz-Cabernet: กลิ่นผลไม้แดงอย่างเชอร์รี่และลูกพลัม ตามด้วยเครื่องเทศอ่อนและกลิ่นพริกไทยดำเล็กน้อย แทนนินเบาถึงปานกลาง ไม่ฝาดจนรู้สึกแห้งในปาก Body ระดับกลาง รสจบสะอาดมีกลิ่นผลไม้ติดลิ้น เป็นไวน์แดงที่ดื่มง่ายมากแม้ไม่เคยดื่มไวน์มาก่อน
Classic Chardonnay: กลิ่นแอปเปิ้ลเขียว ลูกแพร์ และส้มซัทสึมะ ความเป็นกรดปานกลาง ไม่เปรี้ยวจนเกินไป มีความเนื้อหนา (body) เล็กน้อยจากการหมัก รสจบมีกลิ่นผลไม้เขตร้อนอ่อน ๆ ดื่มได้ง่ายแม้ไม่ชอบไวน์ขาวเปรี้ยว
Classic Sparkling: ฟองละเอียดปานกลาง กลิ่นแอปเปิ้ลและส้ม รสสดชื่นมีความหวานเล็กน้อย เป็นสปาร์กลิงราคาประหยัดที่มีคุณภาพดีเมื่อเทียบกับราคา
Reserve Cabernet Sauvignon: เข้มข้นกว่า Classic อย่างเห็นได้ชัด กลิ่นแบล็กเคอร์แรนต์ ลูกพลัมสุก และวานิลลาจากถังโอ๊ค แทนนินนุ่มแต่มีโครงสร้าง รสจบยาวนานกว่าพร้อมกลิ่นเครื่องเทศและช็อกโกแลตดำ
Reserve Shiraz: เข้มข้นที่สุดในไลน์อัป กลิ่นบลูเบอร์รี่ พลัม พริกไทยดำ และกานพลู ผ่านถังโอ๊คทำให้ได้กลิ่นควันและวานิลลา Body เต็ม แทนนินนุ่มกว่า Cabernet แต่รสจบมีพริกไทยติดลิ้น
Jacob's Creek เหมาะกับอาหารอะไร
Classic Shiraz-Cabernet คู่ได้กับพิซซ่า ไส้กรอก หมูย่าง พาสต้าซอสมะเขือเทศ และอาหารแบบทั่วไปที่ไม่ต้องการความซับซ้อน สำหรับอาหารไทย เข้ากันได้ดีกับเนื้อตุ๋น หมูกรอบ และไก่ทอดหาดใหญ่
Classic Chardonnay เข้ากันได้ดีกับไก่ทอด ปลาผัด ปลานึ่งซีอิ๊ว และอาหารไทยรสกลางอย่างผัดผักรวม แกงจืด หรือข้าวผัดปู รสไม่เปรี้ยวจัดทำให้ไม่แย่งรสชาติอาหาร
Reserve Cabernet Sauvignon คู่กับสเต็กเนื้อ แกะย่าง ซี่โครงหมูบาร์บีคิว หรืออาหารไทยอย่างเนื้อย่างน้ำตก ความเข้มข้นของไวน์สมดุลกับไขมันของเนื้อสัตว์
Reserve Shiraz เหมาะกับอาหารรสเข้มอย่างสเต็กพริกไทยดำ พริกแกง หรือเนื้อตุ๋นเครื่องเทศ รสเครื่องเทศในไวน์เสริมกับเครื่องเทศในอาหารได้ดี
เปรียบเทียบ Jacob's Creek กับแบรนด์อื่น
Jacob's Creek vs Yellow Tail: ราคาใกล้เคียงกัน (400-500 บาท) Yellow Tail รสหวานผลไม้มากกว่าและดื่มง่ายสำหรับคนไม่ชินรสไวน์ Jacob's Creek มีโครงสร้างรสชาติที่ชัดเจนกว่าและมีรุ่น Reserve ให้อัปเกรด ถ้าต้องการไวน์ที่มีรสชาติ "เป็นไวน์" มากกว่า Jacob's Creek เหมาะกว่า
Jacob's Creek vs Hardy's: Hardy's VR Series ราคาถูกกว่าเล็กน้อย (350-500 บาท) รสชาติเรียบง่ายกว่า Jacob's Creek Classic มี body และ structure ที่ดีกว่าในราคาที่ต่างกันไม่มาก Reserve ของ Jacob's Creek ยังมีคุณภาพสูงกว่า Hardy's Stamp อย่างเห็นได้ชัด
Jacob's Creek vs Frontera (ชิลี): Frontera ราคาถูกกว่า (300-400 บาท) แต่ Jacob's Creek มีความซับซ้อนของรสชาติมากกว่า Frontera เน้นผลไม้สดชื่น ส่วน Jacob's Creek มีความสมดุลระหว่างผลไม้ แทนนิน และกรดที่ดีกว่า
วิธีเก็บรักษาและอุณหภูมิเสิร์ฟ
อุณหภูมิเสิร์ฟ:
- Classic Shiraz-Cabernet: 16-18°C (แช่ตู้เย็น 20 นาทีก่อนเสิร์ฟ)
- Classic Chardonnay: 8-10°C (แช่ตู้เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง)
- Classic Sparkling: 6-8°C (แช่ตู้เย็นอย่างน้อย 3 ชั่วโมง)
- Reserve ทุกรุ่น: 16-18°C สำหรับไวน์แดง, 10-12°C สำหรับ Chardonnay
การเก็บรักษา: เก็บในที่เย็น 10-15°C ไม่โดนแสงตรง วางนอนเพื่อให้จุกคอร์กชุ่มชื้น Jacob's Creek Classic ไม่จำเป็นต้องบ่มเพิ่ม ดื่มได้ทันทีที่ซื้อ Reserve สามารถเก็บได้ 2-3 ปีแต่ไม่จำเป็น
เปิดแล้ว: ไวน์แดงปิดจุกแน่นเก็บอุณหภูมิห้องได้ 2-3 วัน ไวน์ขาวและสปาร์กลิงเก็บตู้เย็นได้ 1-2 วัน
ดีแคนต์: Classic ทุกรุ่นไม่จำเป็นต้องดีแคนต์ Reserve Cabernet และ Shiraz ดีแคนต์ 15-20 นาทีจะช่วยให้กลิ่นเปิดขึ้น
สอบถามข้อมูล Jacob's Creek ผ่าน Line
สนใจสอบถามไวน์แบรนด์นี้?
ราคาพิเศษ ตอบ Line ทุกวัน ส่งทั่วประเทศ
สรุป
Jacob's Creek เป็นไวน์ออสเตรเลียจาก Barossa Valley ราคา 400-700 บาท ผลิตโดย Pernod Ricard มีทั้งไวน์แดง (Shiraz-Cabernet, Cabernet Sauvignon) ไวน์ขาว (Chardonnay) และสปาร์กลิง รุ่น Classic ราคา 400-500 บาท รสชาติดื่มง่ายเหมาะกับผู้เริ่มสนใจไวน์ รุ่น Reserve ราคา 600-700 บาท บ่มถังโอ๊ครสชาติซับซ้อนขึ้น จุดแข็งคือคุณภาพสม่ำเสมอทุกปีและราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในบรรดาไวน์ออสเตรเลียคุณภาพดีในไทย
คำถามที่พบบ่อย
Jacob's Creek ราคาเท่าไหร่ในไทย?
Jacob's Creek Classic ราคา 400-500 บาท Reserve ราคา 600-700 บาท ถือว่าเป็นหนึ่งในไวน์ออสเตรเลียที่ราคาดีที่สุดในไทย
Jacob's Creek Classic กับ Reserve ต่างกันอย่างไร?
Classic เป็น entry-level ราคา 400-500 บาท ดื่มง่ายไม่ผ่านถังโอ๊ค Reserve ราคา 600-700 บาท บ่มถังโอ๊คนานกว่า รสชาติซับซ้อนและเข้มข้นกว่า
Jacob's Creek กับ Yellow Tail อันไหนดีกว่า?
Jacob's Creek มีรสชาติที่ structured มากกว่าและมีรุ่น Reserve ให้อัปเกรด Yellow Tail เน้นดื่มง่ายและหวานกว่าเล็กน้อย ราคาใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับว่าชอบไวน์แบบไหน
Jacob's Creek เหมาะกับมือใหม่ไหม?
เหมาะมาก Classic Shiraz-Cabernet และ Classic Chardonnay รสชาติดื่มง่าย ไม่ฝาดจนเกิน ราคาเริ่มต้น 400 บาท เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจไวน์
ยังมีข้อสงสัย? สอบถามผ่าน Line ได้เลย